ฟุตบอลโลก 2014 (71 )

 

ลูกฟุตบอล

ลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 คือ อาดิดาส บราซูกา ซึ่งชื่อนั้นได้รับการคัดเลือกมากจากผู้ชมฟุตบอลชาวบราซิลมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่ง บราซูกา ได้รับการโหวตมากกว่าร้อยละ 70 โดยอาดิดาส ออกแบบลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก ตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1970 เห็นถึงแรงบันดาลใจของวัฒนธรรมชาวบราซิลพลัดถิ่น ซึ่งชื่อนี้ชนะชื่อ บอสซาโนวาและคาร์นาวาเลสกา

ฟุตบอลโลก 2014 (70 )

ซึ่งผู้คนถึง 1.7 ล้านคน และมากกว่าร้อยละ 48 เลือกชื่อ ฟูแลกู (Fuleco) ชนะชื่อ ซูแซกู (ร้อยละ 31) และอามีฌูบี (ร้อยละ 21) ทำให้ชื่อนี้ชนะอย่างเอกฉันท์ และตุ๊กตาสัญลักษณ์นี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวบราซิล ซึ่งชาวบราซิลมากกว่าร้อยละ 89 ชื่นชอบมัน  “ฟูแลกู” มีความหมายโดยแบ่งแยกเป็นตัวอักษรเป็นภาษาโปรตุเกสคือ “Futebol” (“ฟุตบอล”) และ “Ecologia” (“นิเวศวิทยา”)

แชมป์มวยโลกชาวไทย สด จิตรลดา (4 )

ได้ชิงแชมป์โลก

สด จิตรลดาชกมวยสากลอาชีพเพียง 3 ครั้ง ก็มีชื่อติดอันดับของรุ่นไลท์ฟลายเวท WBC และได้รับการติดต่อจาก “ไอ้เหยี่ยว” ชาง จูง กู แชมป์โลกชาวเกาหลีใต้ ให้ชิงแชมป์โลก ในการชกครั้งนี้ สด จิตรลดา ที่มีสถิติการชกเพียงไม่กี่ครั้ง กลับชกได้ดีกว่าแชมป์โลกมากประสบการณ์อย่าง ชาง จุง กู โดยเดินไล่ถล่มในยกสุดท้ายจนหน้าตาแตกและเทะ กรรมการจึงถ่วงเวลาแกล้งล้มขาแพลงบนเวที ทำให้รอดพ้นการโดนสดน็อคเอ๊าท์ไปอย่างหวุดหวิด แม้ผลคะแนนออกมาจะแพ้ไปก็ตาม แต่ก็ได้สร้างความมั่นใจต่อกลุ่มผู้สนับสนุนว่า มีโอกาสจะประสบความสำเร็จในการชกมวยสากลอาชีพได้ จากนั้นการสนับสนุน สด จิตรลดา อย่างจริงจังจึงได้เริ่มขึ้น

แชมป์มวยโลกชาวไทย สด จิตรลดา (3 )

แต่ มันส์ ชกแพ้อดีตแชมป์โลก เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ เข้า ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนเริ่มไม่มั่นใจในฝีมือ ประกอบกับมันส์จะเลิกชกมวยไป แต่ชื่อยังคงติดอันดับโลกอยู่      สหสมภพที่ได้ตัว เชาวลิต ศิษย์พระพรหม มาจึงสวมชื่อ มันส์ ลงไป และได้เปลี่ยนชื่อหลังจาก ส.จิตรพัฒนา เป็น ส.จิตรลดาแทน กลายเป็น มันส์ ส.จิตรลดา และต่อมาชื่อนี้ จากการจัดอันดับของ WBC ได้เปลี่ยนไปเหลือเพียง ส.จิตรลดา ทางฝ่ายผู้สนับสนุนจึงขอเปลี่ยนอีกทีเป็น สด จิตรลดา ในที่สุด

แชมป์มวยโลกชาวไทย (61) ( เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย )

เสียแชมป์

หลังจากครองแชมป์โลก เบิกฤกษ์เดินทางไปชกนอกรอบกับเออร์บิโต ซาวาลาเรีย เมื่อ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ปรากฏว่าเบิกฤกษ์เป็นฝ่ายแพ้คะแนน จากนั้น เดินทางไปป้องกันตำแหน่งครั้งแรก เบิกฤกษ์ ก็เสียตำแหน่งทันทีให้แก่ มาซาโอะ โอบะ ซึ่งเป็นนักมวยอันตรายชาวญี่ปุ่น ที่เคยเอาชนะชาติชาย เชี่ยวน้อย มาแล้ว โดยแพ้น็อกยก 13 ถึงประเทศของผู้ท้าชิงเอง ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมายของแฟนมวยชาวไทยอยู่แล้ว จากนั้นเบิกฤกษ์ก็ยังคงชกมวยต่อไป โดยหวังจะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกอีกครั้ง หลังจาก  เสียแชมป์ เบิกฤกษ์ขึ้นชกที่เวทีราชดำเนินอีก 4 ครั้ง ชนะ 3 แพ้ 1

แชมป์มวยโลกชาวไทย (60) ( เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย )

ผลการชก เบิกฤกษ์เอาชนะคะแนนไปได้อย่างคู่คี่สูสีตลอดทั้งการชก 15 ยก ได้เป็นแชมป์โลกรุ่นในฟลายเวทของสมาคมมวยโลก (WBA) และเป็นแชมป์โลกคนที่ 3 ของไทย โดยการได้แชมป์โลกครั้งนี้ของเบิกฤกษ์นับว่าเป็นครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีแชมป์โลกพร้อมกันทีเดียวถึง 2 คน โดยอีกคนในเวลานั้นก็คือ ชาติชาย เชี่ยวน้อย ซึ่งขณะนั้นเพิ่งได้เป็นแชมป์ในสมัยที่ 2 โดยครองแชมป์รุ่นฟลายเวทของเดอะ ริง (The Ring) และสภามวยโลก (WBC) พร้อมกันทีเดียวสองสถาบัน และยังเป็นการทำลายความเชื่อที่เชื่อว่า นักมวยที่เคยขึ้นชกมวยไทยไม่สามารถเอาดีทางด้านมวยสากลได้ เพราะแชมป์โลก 2 คน ก่อนหน้านั้น ทั้ง โผน กิ่งเพชร และชาติชาย เชี่ยวน้อย ต่างไม่เคยชกมวยไทยมาก่อนเลย

ฟุตบอลโลก 2006 ( 17 )

ผลการแข่งขันในรอบแรก กลุ่ม C

ทีม                                            แต้ม      แข่ง      ชนะ      เสมอ     แพ้        ได้         เสีย       รวม

อาร์เจนตินา                               7          3          2          1          0          8          1          +7

เนเธอร์แลนด์                              7          3          2          1          0          3          1          +2

โกตดิวัวร์                                   3          3          1          0          2          5          6          -1

เซอร์เบียและมอนเตเนโกร            0          3          0          0          3          2          10        -8

ฟุตบอลโลก 2006 ( 16 )

ผลการแข่งขันในรอบแรก กลุ่ม B

ทีม                          แต้ม แข่ง      ชนะ      เสมอ     แพ้        ได้         เสีย       รวม

อังกฤษ                         7            3          2          1          0          5          2          +3

สวีเดน              5          3          1          2          0          3          2          +1

ปารากวัย                       3          3          1          0          2          2          2          0

ตรินิแดดและโตเบโก       1          3          0          1          2          0          4          -4

ฟุตบอลโลก 1990 โซนแอฟริกา แคเมอรูนทีมที่สร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม

ในโซนแอฟริกา แคเมอรูนทีมที่สร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในครั้งนี้  ได้กลับคืนสู่สังเวียนฟุตบอลโลกอีกครั้งพร้อมกับอียิปต์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1938 เป็นต้นมา

โซนเอเชีย ยูเออี กับฟุตบอลโลกครั้งแรก   ก็เป็นเกาหลีใต้ที่สามารถรักษาโควต้าของตัวเองเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ตามมาด้วยทีมม้ามืดอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่พลิกล็อคผ่านคู่แข่งอย่างจีน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีเหนือ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

ฮูลิแกนของอังกฤษ คือสิ่งที่เจ้าภาพต้องคอยระวัง

ระบบการแข่งขันในครั้งนี้   การแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 รอบสุดท้าย ยังคงใช้ระบบเดียวกับเมื่อ 4 ปีก่อน คือแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 4 ทีม แชมป์และรองแชมป์แต่ละกลุ่ม รวมถึงอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีมจะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายซึ่งจะแข่งแบบน็อคเอาท์ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ โดยฟีฟ่าได้เลือกทีมวางโดยดูจากผลงานของทีมต่าง ๆ ในฟุตบอลโลก 1982 และ 1986 ที่ผ่านมา แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากฝรั่งเศสที่เข้ารอบรองฯ ในทั้งสองครั้งเกิดตกรอบคัดเลือกในครั้งนี้ จึงเหลือทีมวางที่ว่างอีก 1 ทีม

ซึ่งในที่สุดฟีฟ่าก็ยกให้อังกฤษได้ไปแม้สเปนจะทักท้วงว่าพวกตนมีผลงานดีกว่าในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาก็ตาม โดยเบื้องหลังในการตัดสินใจครั้งนี้เชื่อกันว่าเป็นเพราะเจ้าภาพอิตาลีหวั่นเกรงในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากฮูลิแกนลูกหนังอังกฤษในยุคนั้นมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วทั้งภาคพื้นยุโรป และอิตาลีเองก็เพิ่งได้รับบทเรียนมาสด ๆ ร้อน ๆ จากเหตุโศกนาฏกรรมที่สนามเฮยเซลในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพปี 1985 ระหว่างลิเวอร์พูลกับยูเวนตุส ที่ทำให้แฟนบอลอิตาลีต้องเสียชีวิตไปถึง 39 ศพ

ฟุตบอลโลก 1930 และปัญหาต่างๆในการแข่งขัน

การแข่งขันฟุตบอลโลก 1930

ฟุตบอลโลก 1930 เป็นฟุตบอลโลกครั้งแรก จัดขึ้นที่ประเทศอุรุกวัย ในปี พ.ศ. 2473 โดยทีมชาติอุรุกวัยชนะอาร์เจนตินา 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ    การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งโดยไม่มีการคัดเลือกทีมเข้าเล่น ประเทศที่เข้าร่วมเป็นประเทศที่ได้รับเชิญและเป็นส่วนหนึ่งของฟีฟ่าในขณะนั้น ในขณะเดียวกันเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นสูง ทำให้หลายประเทศในทวีปยุโรปไม่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ทำให้ประธานของฟีฟ่า ชูล รีเม ร่วมกับรัฐบาลของอุรุกวัย ได้สัญญาจะจ่ายค่าเดินทางทั้งหมดให้กับทีมที่มาจากทวีปยุโรป ในที่สุด

 

ทีมจากยุโรป 4 ทีม ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส ยูโกสลาเวีย และโรมาเนียได้เดินทางทางทะเลเป็นเวลาสามสัปดาห์มาที่ประเทศอุรุกวัย     การแข่งขันในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 4 สาย ได้แก่เอ บี ซี และดี โดยสายเอจะมีอยู่ 4 ทีมในขณะที่สายอื่นมี 3 ทีม ผู้ชนะในแต่ละสายจะผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก ถ้วยฟุตบอลโลกในปีนั้นชื่อ ถ้วยรางวัลชูล รีเม ซึ่งตั้งชื่อตามชูล รีเมซึ่งเป็นประธานฟีฟ่าในสมัยนั้น และถ้วยนี้ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงฟุตบอลโลก 1970

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 1930

อิตาลี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ สเปน และอุรุกวัย ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้[1][2] โดยอุรุกวัยเป็นประเทศที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าภาพมากที่สุดในขณะนั้น  รายชื่อประเทศที่เข้ารอบ  อุรุกวัย (เจ้าภาพ)   อาร์เจนตินา  สหรัฐ    ยูโกสลาเวีย   ชิลี      บราซิล  ฝรั่งเศส    โรมาเนีย   ปารากวัย   เปรู     เบลเยียม    โบลิเวีย     เม็กซิโก

สถานที่แข่งขัน   การแข่งขันทุกนัดจัดขึ้นที่กรุงมอนเตวิเดโอ จำนวน 3 สนาม ได้แก่ เอสตาดิโอเซนเตนาริโอ เอสตาดิโอกรันพาร์เกเซนตรัล และเอสตาดิโอโปซิโตส

รอบรองชนะเลิศ   อาร์เจนตินา     6-1   สหรัฐ          อุรุกวัย 6-1 ยูโกสลาเวีย

รอบชิงชนะเลิศ    30 กรกฎาคม 1930      อุรุกวัย 4-2  อาร์เจนตินา