ฟุตบอลโลก 1990 โซนแอฟริกา แคเมอรูนทีมที่สร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม

ในโซนแอฟริกา แคเมอรูนทีมที่สร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในครั้งนี้  ได้กลับคืนสู่สังเวียนฟุตบอลโลกอีกครั้งพร้อมกับอียิปต์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1938 เป็นต้นมา

โซนเอเชีย ยูเออี กับฟุตบอลโลกครั้งแรก   ก็เป็นเกาหลีใต้ที่สามารถรักษาโควต้าของตัวเองเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ตามมาด้วยทีมม้ามืดอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่พลิกล็อคผ่านคู่แข่งอย่างจีน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีเหนือ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

ฮูลิแกนของอังกฤษ คือสิ่งที่เจ้าภาพต้องคอยระวัง

ระบบการแข่งขันในครั้งนี้   การแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 รอบสุดท้าย ยังคงใช้ระบบเดียวกับเมื่อ 4 ปีก่อน คือแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 4 ทีม แชมป์และรองแชมป์แต่ละกลุ่ม รวมถึงอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีมจะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายซึ่งจะแข่งแบบน็อคเอาท์ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ โดยฟีฟ่าได้เลือกทีมวางโดยดูจากผลงานของทีมต่าง ๆ ในฟุตบอลโลก 1982 และ 1986 ที่ผ่านมา แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากฝรั่งเศสที่เข้ารอบรองฯ ในทั้งสองครั้งเกิดตกรอบคัดเลือกในครั้งนี้ จึงเหลือทีมวางที่ว่างอีก 1 ทีม

ซึ่งในที่สุดฟีฟ่าก็ยกให้อังกฤษได้ไปแม้สเปนจะทักท้วงว่าพวกตนมีผลงานดีกว่าในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาก็ตาม โดยเบื้องหลังในการตัดสินใจครั้งนี้เชื่อกันว่าเป็นเพราะเจ้าภาพอิตาลีหวั่นเกรงในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากฮูลิแกนลูกหนังอังกฤษในยุคนั้นมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วทั้งภาคพื้นยุโรป และอิตาลีเองก็เพิ่งได้รับบทเรียนมาสด ๆ ร้อน ๆ จากเหตุโศกนาฏกรรมที่สนามเฮยเซลในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพปี 1985 ระหว่างลิเวอร์พูลกับยูเวนตุส ที่ทำให้แฟนบอลอิตาลีต้องเสียชีวิตไปถึง 39 ศพ

ฟุตบอลโลก 1930 และปัญหาต่างๆในการแข่งขัน

การแข่งขันฟุตบอลโลก 1930

ฟุตบอลโลก 1930 เป็นฟุตบอลโลกครั้งแรก จัดขึ้นที่ประเทศอุรุกวัย ในปี พ.ศ. 2473 โดยทีมชาติอุรุกวัยชนะอาร์เจนตินา 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ    การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งโดยไม่มีการคัดเลือกทีมเข้าเล่น ประเทศที่เข้าร่วมเป็นประเทศที่ได้รับเชิญและเป็นส่วนหนึ่งของฟีฟ่าในขณะนั้น ในขณะเดียวกันเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นสูง ทำให้หลายประเทศในทวีปยุโรปไม่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ทำให้ประธานของฟีฟ่า ชูล รีเม ร่วมกับรัฐบาลของอุรุกวัย ได้สัญญาจะจ่ายค่าเดินทางทั้งหมดให้กับทีมที่มาจากทวีปยุโรป ในที่สุด

 

ทีมจากยุโรป 4 ทีม ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส ยูโกสลาเวีย และโรมาเนียได้เดินทางทางทะเลเป็นเวลาสามสัปดาห์มาที่ประเทศอุรุกวัย     การแข่งขันในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 4 สาย ได้แก่เอ บี ซี และดี โดยสายเอจะมีอยู่ 4 ทีมในขณะที่สายอื่นมี 3 ทีม ผู้ชนะในแต่ละสายจะผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก ถ้วยฟุตบอลโลกในปีนั้นชื่อ ถ้วยรางวัลชูล รีเม ซึ่งตั้งชื่อตามชูล รีเมซึ่งเป็นประธานฟีฟ่าในสมัยนั้น และถ้วยนี้ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงฟุตบอลโลก 1970

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 1930

อิตาลี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ สเปน และอุรุกวัย ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้[1][2] โดยอุรุกวัยเป็นประเทศที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าภาพมากที่สุดในขณะนั้น  รายชื่อประเทศที่เข้ารอบ  อุรุกวัย (เจ้าภาพ)   อาร์เจนตินา  สหรัฐ    ยูโกสลาเวีย   ชิลี      บราซิล  ฝรั่งเศส    โรมาเนีย   ปารากวัย   เปรู     เบลเยียม    โบลิเวีย     เม็กซิโก

สถานที่แข่งขัน   การแข่งขันทุกนัดจัดขึ้นที่กรุงมอนเตวิเดโอ จำนวน 3 สนาม ได้แก่ เอสตาดิโอเซนเตนาริโอ เอสตาดิโอกรันพาร์เกเซนตรัล และเอสตาดิโอโปซิโตส

รอบรองชนะเลิศ   อาร์เจนตินา     6-1   สหรัฐ          อุรุกวัย 6-1 ยูโกสลาเวีย

รอบชิงชนะเลิศ    30 กรกฎาคม 1930      อุรุกวัย 4-2  อาร์เจนตินา

วงการมวยโลกระอุ คลิทช์โก้คืนสังเวียน

วลาดิเมียร์ คลิทช์โก้  อดีตแชมป์โลกรุ่นยักษ์ชาวยูเครน เตรียมคัมแบ็กสู่สังเวียนผ้าใบอีกครั้ง ภายใต้การจัดของ DZAN

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วลาดิเมียร์ คลิทช์โก้   ได้ทำการเซ็นสัญญากับ DZAN เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยจะทำการชกทั้งหมด 3 ไฟต์    ยอดมวยชาวยูเครน น้องชายของนักมวยชื่อดัง วิตาลี่  คลิทช์โก้   ขึ้นชกไฟต์ล่าสุดพ่ายให้กับ อันโธนี่ โจซัว ในการชิงแชมป์ WBA และ IBF พลาดท่าพ่ายน็อกไปเมื่อปี 2017 ชนิดผลัดกันโดนนับ หลังจากนั้น คลิทช์โก้ ก็ได้ประกาศแขวนนวมร่วม 2ปี ก่อนจะตัดสินใจกลับมาคืนสังเวียนอีกครั้ง

โดยในปัจจุบันมียอดมวยรุ่นยักษ์ชื่อดังมากมาย ที่พร้อมพิสูจน์ฝีมือกับ คลิทช์โก้   เช่น อันโธนี่ โจซัว คู่ปรับเก่า ซูเปอร์สตาร์ไร้พ่ายจอมน็อคเอาท์ชาวอเมริกัน ดีออนเตย์ ไวล์เดอร์ หรือ ไทสัน ฟิวรี่ ซึ่งไม่ว่าใครเจอกับใคร นับว่าน่าติดตามทั้งนั้นสำหรับแฟนมวย

ลอฟเรน ยังเนื้อหอม ทีมกัลโช่สนคว้าตัว

เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังของทีม หงส์แดง ดีกรีรองแชมป์โลกและแชมป์ยุโรป  ตกเป็นข่าวว่า มี 3 ทีมยักษ์ใหญ่จาก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี ให้ความสนใจที่จะดึงตัวไปร่วมทีม  เดลี่ มิร์เรอร์ รายงานว่า โรม่า นาโปลี และ เอซี มิลาน ทั้งสามทีมนี้ต่างก็ให้ความสนใจลอฟเรน หลังจากเจ้าตัวไม่สามารถเบียดแย่งตัวจริงในทีมได้ โดยตกเป็นตัวเลือกต่อจาก ฟาน ไดค์ โ จ โกเมซ และ โจเอล มาติป ทำให้เจ้าตัวอาจสนใจจะย้ายทีมออกไป

อย่างไรก็ตามเจ้าตัว ยังเหลือสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ อีก 2 ปี  แต่ทาง ต้นสังกัดอาจไม่รั้งไว้ ถ้าได้ค่าตัวที่เหมาะสม อาจยอมปล่อยกองหลังชาวโครแอตผู้นี้ออกไป